
วันหยุดของผมคือ วันนั้นทั้งวันไม่เปิดคอมพ์(computer) ถือเป็นการพักสายตาและได้โอกาสไปเตร็ดเตร่บ้าง
ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นไปเดินห้าง และกิจกรรมที่ทำประจำก็คือ ดูหนังและกินอาหารมื้อพิเศษกว่าวันทั่วไป ด้วยเหตุนี้ผมจึงมักเลือกที่จะหยุดวันพุธ เพราะวันพุธตั๋วหนังราคาจาก 140 เหลือ 60 บาท โรง3D จาก 240 เหลือ 130 บาท แถมร้านอาหารก็มาจัดโปรโมชั่นลดราคาค่าอาหารวันพุธด้วย Sizzler เมนู 300 เหลือ 200 แต่ต้อง 4 โมงเย็นเป็นต้นไป ซึ่งผมไม่เคยได้กินเมนูนั้นดอกครับ
เมนูประจำของผมคือ ไก่ย่างโทริยากิ ที่เป็นโปรโมชั่น 169 บาท กับชามะนาวรีฟิว 59 บาท รวมเป็น 228 บาท ใช้บัตรสมาชิกลดเหลือ 222 บาท และมีสิทธิจับคูปองชิงโชค 2 ใบ ไม่ว่าวันพุธหรือวันไหนสำหรับผมแล้วSizzlerก็ราคาเดิม และผมก็กินที่นี่บ่อยมากเกือบจะทุกสัปดาห์เลยล่ะครับ
คำแนะนำที่Sizzlerเคยสอบถามมา ผมจำไม่ได้แล้วว่าเขียนอะไรไป แต่ถ้าให้แนะนำตอนนี้ ก็อยากแนะนำให้มีน้ำจิ้มแจ่วไก่ย่าง หรือน้ำพริกรสชาติแบบไทยๆ มาแก้เลี่ยนสักหน่อย ย้ำว่าขอเป็นรสชาติแบบไทยๆนะ เพราะต้มยำของSizzlerก็ไม่ใช่แนวไทยที่คุ้นลิ้นเลย
โดยรวมของSizzlerเป็นอาหารธาตุเย็นซะหมด
พูดถึงZoneน้ำซุปของSizzlerแล้ว ชอบที่สุดก็คือซุปปลาทูน่า เรียกได้ว่าผูกขาดถ้วยน้ำซุปทุกครั้งที่มากิน แต่ตอนนี้ซุปปลาทูน่าหายไปนานแล้ว ไม่รู้เมื่อไรจะเอากลับมาอีก มันกลายเป็นซุปผักโขมบ้างซุปข้าวโพดบ้าง น่าเสียดาย อยากกินซุปปลาทูน่าอีก
เนื่องจากรับSizzlerติดๆกันมาหลายสัปดาห์แล้ว วันนี้จึงขอเปลี่ยนมาเป็นHot potบ้าง เป็น Hot pot Prestige ซึ่งเป็นตัวTopของHot pot มีอาหารนานาชนิดให้เลือกมากที่สุด และไม่จำกัดเวลา วันพุธลด 25% รวมสุทธิที่ต้องจ่ายคือ 268 บาท
ครั้งก่อนที่กินที่นี่ เหลือค่อนข้างเยอะ เที่ยวนี้เลยตักแค่อย่างละนิด รวมกันแล้วก็ยังเยอะอยู่ดี
รสชาติของHot potสู้ MK ไม่ได้ครับ เพียงแต่มีอาหารละลานตาดูน่าสนุกที่จะลิ้มลองอย่างนั้นอย่างนี้คละกันไป และข้อดีอีกอย่างคือจำกัดค่าใช้จ่ายได้ ไม่บานปลายเหมือนMK แต่โดยรวมคือHot potไม่อร่อย
ถ้าจะให้ยกอันที่อร่อยสุดผมขอยกให้กับ คาสตาด ของที่นี่ครับ กินหลายถ้วยเลย แต่วันนี้ไม่มีให้กิน -*-
เดี๋ยวนี้พอแก่ตัวแล้ว กินอะไรๆได้น้อยลง เริ่มรู้ตัวมาพักใหญ่แล้ว ถึงจะเป็นอาหารเหลาอย่างดีแต่ก็กินไม่ได้มากอย่างสมัยวัยรุ่น วัย20 มันอิ่มไวถ้าจะหยุดกินก็ได้ แต่จะกินอีกก็ได้ (เดี๋ยวนี้กลายเป็นกินจุบจิบแทน -”-)
ครั้งนี้อิ่มมาก ความรู้สึกเหมือนกระเพาะเป่งเต็มที่ จนจะล้นออกมาต้องไปเข้าห้องน้ำคายน้ำย่อยอย่างอ่อนออกบ้าง(น้ำลาย) แต่ไม่ได้อาเจียรนะ
ใช้เวลานั่งในร้านประมาณ 1.30 ชม. ไม่ต้องมากำหนดเวลาดอก เพราะทุกทีปกติก็แค่ 1 ชม.นิดๆ แต่นี่กินรอรอบหนังเลยพยายามนั่งนานหน่อย
ออกจากHot potมีเวลาอีก 30 นาทีกว่าหนังจะฉาย เลยไปหยิบหนังสือมาอ่านย่อยอาหารไปพลางๆ ไม่อยากกินไปอ่านไปหรืออ่านในร้านรอย่อยเพราะยังมีคนรอคิวโต๊ะว่างอยู่ ผมมาคนเดียวแต่กลับได้นั่งโต๊ะใหญ่ก็เกรงใจอยู่ แทนที่เขาจะขายได้หลายหัว แต่โต๊ะใหญ่ได้เราคนเดียว โต๊ะอื่นๆเต็มหมด
ดูหนังเรื่อง How to Train Your Dragon เป็นAnimationเรื่องแรกที่ดูในโรง3D ก่อนหน้านั้นได้ดู Avatar กับ Alice in wonderland ซึ่งไม่ใช่ Animationล้วน ได้เห็นตัวอย่าง Shrek กับ Toy Story ในระบบ3Dแล้ว มันมีมิติชัดเจนกว่าหนังที่ใช้คนแสดง เรื่องนี้จึงตั้งใจมาดู เรื่องความคมชัดยอมรับว่าชัดกว่าโรงหนังธรรมดาอย่างชัดเจน แต่ความมีมิติก็งั้นๆอ่ะครับ ส่วนหนังก็สนุกใช้ได้เจ้ามังกรนิลนี่นิสัยเหมือนหมากับแมวรวมกัน ฮ่ะ ฮ่ะ แต่ไม่ฮาแตกอย่างกังฟูแพนด้า อ่ะ
ฮาแตกสุดๆ เรื่องล่าสุดสำหรับผมก็หนังของเฉินหลง little big soldier ชอบมากกับหนังที่ดึงอารมณ์เราออกมาสุดแบบนั้น มันไม่ใช่แค่ขำๆ แต่มันหลุดฮากระจายหัวเราะจนสุดลมทีเดียว ฮาก๊ากกก !^0^!
อารมณ์สุดไม่ใช่ว่าต้องฮาเท่านั้นนะ อย่างเรื่อง The Forbidden Kingdom หนึ่งฟัดหนึ่งใหญ่ต่อใหญ่ ที่เฉินหลงแสดงคู่กับหลีเหลียงเจี๋ย ฉากที่ทั้งคู่เจอกันในวัดร้างและได้ปะมือกัน(ซะที) ผมอุทานออกมาด้วยความทึ่งตรึงใจ^0^ และหนังเรื่องนั้นก็เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้นั่งดูด้วยเก้าอี้โซฟา(Sweet Chair) ที่ซื้อตั๋วSweet Chair เพราะมีสาวไปด้วยอ่า =^.^= ประทับใจครับ
ดูหนังจบก็ไปต่อที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 38 จัดที่ศูนย์สิริกิตต์สะดวกดีนะ มีรถไฟฟ้าใต้ดินโผล่ขึ้นมาตรงทางเข้าเลย แต่งานใหญ่ๆมักไปจัดที่เมืองทองธานี ตรงนั้นไกลมากเดินทางไม่สะดวกสำหรับผมเลย
ไม่ได้ตั้งใจจะมาซื้อหนังสืออะไรเป็นพิเศษ เจอก็ซื้อไม่เจอก็ไม่เป็นไร ก็มองหานิตยสารบ้านในฝันฉบับพิเศษฉบับต่างๆ ที่ราคาปกเล่มละ 290 บาท นิตยสารเกี่ยวกับบ้านมีเยอะมากบนแผง ผมเปิดดูทุกเล่ม แล้วก็รู้สึกชอบ “บ้านในฝัน”นี่แหล่ะ แต่ในงานไม่มีขายครับมีแต่ บ้านและสวน, Home & Decor

เดินๆไปจ๊ะเอ๋กับบูธ ทีวีบูรพา ใช่เลยกบนอกกะลา เมื่อ 2 ปีก่อนตั้งใจมาซื้อกบนอกกะลา แล้วก็ได้ไปหลายเรื่องอยู่ ปีที่แล้วไม่ได้ดูรายการนี้เลย เบื้องต้นก็ยืนเลือกเอาจากCDที่เขาโชว์ไว้ เพราะได้เห็นรูปสกรีนประกอบที่แผ่นด้วย พอเลือกจากที่โชว์หมดแล้วจึงขอใบรายการเขามาดูรายชื่อตอนอีกทีเผื่อตกหล่น
เขาตั้งชื่อตอนให้ชวนสงสัยเยอะนะ ผมเลยต้องถามเยอะว่าตอนนี้เกี่ยวกับอะไรเป็นยังไง เช่น ตามหารักแท้ เอ๋?! กบนอกกะลาตามหารักแท้? คนขายอธิบายว่า เป็นเรื่องลงรักปิดทอง ก่อนจะปิดทองเขาจะเอาแผ่นทองคำเปลวมาทารักแล้วค่อยปิด อืม.. ผมไม่เห็นมีใครใช้เลยแหะ
มีแต่แกะออกมาแล้วก็รีบปิดเลย(ก่อนแผ่นทองจะปลิว) ถ้าจะทาก็ทารักเป็นกาวนี่เอง เขาถึงเรียกลงรักปิดทอง อย่างนี้นี่เอง
ตอน ของแท้ของปลอม? คนขาย: เป็นการทำโมเดลอาหารไว้โชว์ ที่เราเห็นโชว์ตามตู้ร้านอาหารนั่นแหล่ะ
ตอน เส้นทางน้ำมัน กับ เส้นทางปิโตรเลี่ยม ก็จะต่างกันคือ เส้นทางน้ำมันจะตามดูตั้งแต่เป็นน้ำมันดิบจนกลายมาเป็นเชื้อเพลิงน้ำมันรถยนต์ในปั้มน้ำมัน ส่วนปิโตรเลี่ยมจะเกี่ยวกับก๊าซหุงต้ม ผมถามเยอะมากอันไหนสนใจและยังไม่มีก็จะหยิบมาเลย ไม่ทราบราคาขาย แต่ดูแล้วถึงจะขายเต็มราคาปกก็ไม่เป็นไร ราคาปก 100, 200 บาท ราคานี้สู้ได้ และอยากอุดหนุนรายการดีๆแบบนี้อยู่แล้ว(ไม่โหลดBit) แต่จริงๆเขาลดจากราคาปกเป็น 70 บาทน่ะ
เรื่องที่ซื้อมาก็มีตามนี้ครับ
⊙ไก่ไข่-ไข่ไก่
⊙น้ำผึ้ง น้ำหวานแห่งชีวิต
⊙ปูนซีเมนต์
⊙ไขปริศนาปลากระป๋อง
⊙พลาสติก นวัตกรรมเปลี่ยนโลก
⊙แก้ว อมตะแห่งความใส
⊙น้ำตาล ทำไมหวานจัง
⊙ข้าวของแผ่นดิน
⊙โลกกว้างๆของยางเส้นกลมๆ
⊙ปลาทู แม่กลอง
รวม 10 เรื่องพอดี ได้ของแถมเป็นเรื่อง ดีแทคค้นคนดี 80 พรรษาพ่อของแผ่นดิน
หนังสือที่เห็นในงานนี้ ผมรู้สึกว่าจะมีพวกการ์ตูน กับ นวนิยาย หรือ วรรณกรรม เยอะมากๆเลยล่ะ ไปZoneไหนก็เจอ เป็นบูธขนาดใหญ่ด้วย มีหนังสือเหล่านี้กองเต็มอยู่สูงทีเดียว ความบันเทิงในอดีตของผมเลยล่ะการ์ตูนเนี่ย ผมซื้อไว้เยอะเหลือเกินไม่มีที่เก็บสุดท้ายก็ให้เขาไปหมด ไม่รู้จะสะสมทำไม ตอนนี้ก็เป็นสมาชิกร้านเช่าหนังสืออยู่ซึ่งก็ยังไม่เคยได้ใช้บริการ
เดี๋ยวนี้อ่านการ์ตูนไม่สนุกเหมือนก่อน
คงเพราะเรารู้เห็นและผ่านเรื่องต่างๆมามากกว่าตอนเด็ก
การเขียนการ์ตูนก็เป็นการถ่ายทอดความคิดของคนแต่งอย่างหนึ่ง
สมัยเด็กพอเจอสื่อแบบนี้ก็รู้สึกว่ามันเท่ห์ มันเจ๋ง ตัวเอกเป็นนักเลง เป็นโจร เป็นพวกเอาแต่ใจตัวเอง แต่เก่ง ข่มเหงชาวบ้านได้แม้จะเป็นฝ่ายตรงข้าม ทำให้ใครๆรู้สึกกลัว อะไรทำนองนี้
เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่ คนเหล่านี้ไม่ใช่Heroอีกแล้ว
เสร็จจากงานสัปดาห์หนังสือก็คิดเหมือนกันว่าจะไปต่อที่งานกาชาดดีไหม? แต่ก็รู้สึกไม่อยากไปเพราะอยู่ใกล้กับการชุมนุมของคนเสื้อแดง จึงนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินกลับ ขากลับมาออกทางสถานีสีลม ตรงประตูหน้าโรงแรมดุสิต ไหนๆก็เตร่ทั้งวันแล้วเดินถนนสีลมต่อละกัน^^


ถนนสีลมได้ชื่อว่าเป็นย่านเศรษฐกิจ ซึ่งผมก็เห็นขอทานอยู่เยอะนะ
เป็นภาพที่แตกต่างและโดดเด่นท่ามกลางฝูงชนย่านธุรกิจอย่างสีลม
ได้เดินผ่านหน้าธ.กรุงเทพสำนักงานใหญ่ ที่กำลังมีเรื่องถูกปาระเบิดด้วย
ก็เห็นทหารตั้งโต๊ะนั่งร่วมกับรปภ. อยู่ทุกทางเข้าของธนาคาร
เดินข้ามแยกนราธิวาส เห็นตึกการบินไทยปิดปรับปรุงอยู่ บรรยากาศช่วงนี้เงียบมากแตกต่างจากที่เพิ่งเดินผ่านมา ก็เลยรอขึ้นปอ. สาย 76 ที่ป้ายนี้แหล่ะ
ลงรถใกล้ถึงบ้านแล้ว แวะร้านStar VDOสักหน่อย เห็นว่าหนังเรื่อง 32 ธันวา มาแล้ว แต่มีคนเช่าหมดแล้วครับ งั้นงดไว้ก่อนเพราะผมเช่าครั้งละ 4 เรื่อง เรื่องละ 20 บาท เช่า 3 แถม 1 เท่ากับเรื่องละ 15 บาท
โดยปกติผมจะเช่าคืนวันศุกร์ แล้วก็ดูจนถึงวันเสาร์ แค่วันเดียวก็เอาไปคืนหมดแล้วล่ะครับ ไม่เตะถ่วง^^
ปัญหาอย่างหนึ่งของหนังเช่าก็จะเป็นพวกภาพสะดุด กระตุก ภาพแตก ซึ่งไม่เกี่ยวกับเครื่องเล่น แต่ช่วงที่มีปัญหานั้นมันเป็นการเสียของข้อมูลตรงช่วงนั้นเลย
สมัยนี้มีหนังOnline ผมไม่ได้หมายถึงYou tubeนะ
แต่เป็นพวกTV Onlineที่เป็นบริการของค่ายเนตต่างๆ มีหนังให้ดูเยอะมาก แถมภาพชัดซะด้วยสิ อย่างของNetบางเจ้าเขาว่าชัดระดับDVDเลย ผมดูตัวอย่างก็ชัดดีนะ ถ้าต้องการดูก็คิดเหมาเดือนละ 99บาท มันก็ถูกกว่าเช่าเยอะอย่างเทียบราคากันไม่ได้เลย ไมรู้ว่าจะมาแทนที่การเช่าหนังได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งตอนนี้ผมก็ยังชอบที่จะเดินไปเช่าที่ร้านอยู่
และทั้งหมดก็คือวันหยุดวันหนึ่งของผม
พุธที่ 31 มีนาคม 2553
ซวง


Recent Comments