อายุไม่ถึง 30 เป็นมะเร็ง!

เป็นคำโปรยบนปกนิตยสาร Men’s Health ฉบับ April 2010
แค่เห็นประโยคนี้ ก็คว้ามาแล้วครับ 100 บาทแน่ะ จากราคาเดิม 90 บาท(ขึ้นราคา)
เพราะก็รู้จักคนที่ตายด้วยมะเร็งในวัยนี้เหมือนกัน
ผมเองก็มีความรู้สึกเหมือนคนทั่วไปว่า
มะเร็งน่าจะเป็นโรคของคนตั้งแต่วัยกลางคนขึ้นไปมากกว่า
อันเนื่องมาจากการสะสมของสารพิษมานาน และความเสื่อมสภาพของร่างกาย
แต่มะเร็งเกิดได้กับทุกช่วงวัยไม่เว้นแม้แต่กับเด็กทารกครับ!
ที่สำคัญไม่รู้สาเหตุแน่ชัด
ความที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ไอ้นั่นก็อาจทำให้เป็นมะเร็ง ไอ้นี่ก็อาจทำให้เกิดมะเร็ง
โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน นั่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ได้ มากไปน้อยไป ต้องหาอาหารเสริม
บางคนเสริมจนกลายเป็นอาหารหลักซะฉิบ
ในบทความมะเร็งฉบับนี้ ได้สันนิษฐานสาเหตุใหม่ขึ้น
นั่นคือไวรัส! ไวรัสทำให้เกิดมะเร็ง!!
นอกจากนี้ยังพูดถึง ปัญหาที่แฝงมากับมะเร็งในวัยหนุ่มสาว
เช่นประเด็นเรื่องความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
แม้ว่าเขาหรือเธอจะโชคดีมากที่รักษามะเร็งหายได้ แต่มักจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารอีกต่อไป
อย่างการส่งไปดูงาน หรือเข้าอบรมหลักสูตรเฉพาะเพื่อเตรียมรับกับตำแหน่งงานที่สูงขึ้น เป็นต้น
หากสนใจเรื่องมะเร็งวัย 30 นี้ ยังแวะซื้อหาได้ตามแผงหนังสือทั่วไปครับ
ซวง

มะเร็งนี่มันร้าย
วันก่อนเอไปกินเย็นตาโฟหน้าซอยจรัญ3 ร้านที่ขายข้างๆเซเว่น
ได้ยินแม่ค้าขายเย็นตาโฟมันเล่าว่า
ลูกค้าที่มากินบ่อยๆ อายุแค่28เพิ่งคลอดลูกได้เดือนกว่าๆ ไปตรวจเจอว่าเป็นมะเร็งตับ ระยะที่3 ทั้งๆที่ไม่มีอาการแสดงออกมาเลย แต่ไปตรวจร่างกายประจำปีแล้วดันเจอ
พอไปตรวจเจอ ก็รีบรับคีโมด่วน ก็เลยตายด่วน หมอบอกว่าแพ้ หมอก็ไม่ผิดอีก
ทิ้งลูกกับสามีสู้ชีวิตกันตามยถากรรม
ว่าแล้วเจ้าเอก็กินเย็นตาโฟต่อไม่ลง คิดว่าคนนั้นเป็นมะเร็งเพราะเย็นตาโฟมึงป่าววะ 555
ก็เพราะอย่างนี้ ไม่คิดจะเผยแพร่ความรู้นั้นเหรอ
เรื่องโซเดียมไบคาบอเนต หมอในไทยยังไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ
มีการถามย้อนอีกว่า คุณจบอะไรมา
ถ้าเผยแพร่นี่เดี๋ยวลองส่งเมลล์ให้พวกนสพ.หรือนิตยสาร เอาไปทำสกู๊ปข่าวน่าจะดี
http://www.dtam.moph.go.th/alternative/viewstory.php?id=465
ลิงค์นี้เกี่ยวกับสมุนไพรต้านมะเร็งที่กระทรวงสาธารณสุขมีัเอกสารเผยแพร่
http://www.curenaturalicancro.com/
การรักษาที่ได้ผล อันมีสักขีพยานมากมาย
แต่หมอผู้รักษา โดนหมอประเทศอื่นด่าแทบตายจากวงการ
คลิปต่างๆเกี่ยวกับหมอคนนี้
http://www.youtube.com/watch?v=npgyZMaewuE ตอน1
http://www.youtube.com/watch?v=mJMfrV43ku4 ตอน2
ดูคลิปต่อไป พร้อมอ่านคอมเม้นท์
ไม่แปลกใจเลย ที่ผู้มีอภิญญาอย่างอาจารย์แม่
บอกว่ามะเร็งมันเป็นตัว ไม่ใช่แค่เซลล์ธรรมดา
มันสามารถไปเบียดเบียด เคลื่อนย้าน อพยพ แทรกตัว และแย่งอาหารจากเซลล์ดี
มันชอบกินน้ำตาลมาก ยิ่งกินหวาน มันยิ่งกระจายได้ดี เหมือนพวกสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก (สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีจิต)
http://www.youtube.com/watch?v=HQuODiMlUsc ตอน1
http://www.youtube.com/watch?v=ri-C8VvF3Rs ตอน2
ความเห็นนี้ มันกระจ่างอยู่แล้ว ว่าทำไมการรักษานี้ ถึงไม่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก
leahanna412003
Are you kidding!! They would NEVER publish this in any medical journals in the US. It’s tooo inexpensive, and takes away from the medical community, it heals and they don’t want to heal cancer. There’s NO MONEY IN IT. They make a fortune with their 2.1% success rate treatments with radiation.
เก่งแค่ไหน ก็เล็กกว่าโลงจริงๆ
อันนี้คือหนังสือที่อยากแนะนำให้หมอและคนทั่วไปอ่าน
คนที่เขียนเนี่ยะ เป็นระดับอาจารย์หมอเลยทีเดียว
http://www.se-ed.com/eShop/(A(Cwm5c5JlygEkAAAAZjcwOThmMTUtMjBjNS00MTAwLTg0NDMtNWJlZjcwMDc4YzU0JRo5A06Jng7_-eSf3-1yaNzufmk1))/Products/Detail.aspx?No=9789746238311
http://www.phmiracleliving.com/
ค่าความเป็นกรดเป็นด่างในร่างกาย ก็มีผลต่อการเกิดโรคต่างๆ เกิดความเหนื่อยล้าต่างๆ
คนที่เครียดมากๆ หรือกินพวกอาหารที่ย่อยยากๆ หรืออกกำลังกาย หักโหมงานมากไป
ร่างกายจะเป็นกรดเกินปกติจาก Lactic acid และกรดต่างๆยิบย่อย
ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าหนักเข้าไปอีก เกิด oxidative stress และ Inflammatory ระดับเยื่อหุ้มเซลล์
คนที่มีกรรมพันธุ์มะเร็งอยู่แล้ว ก็Sensitiveต่อปัจจัยนี้ง่ายกว่าคนปกติ เซลล์มันก็กลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็งไปได้ และสามารถที่จะเติบโตในสภาวะที่เป็นกรด และกระจายไปในระบบน้ำเหลืองได้ง่ายๆด้วย พอถึงจุดนี้ คนนั้นต้องตาย มะเร็งถึงจะตาย
วิธีบาลานซ์ค่าPHในร่างกาย ไม่จำเป็นต้องกินsodium bicarbonateก็ได้ แต่ควรลดปัจจัยต่างๆ ที่สำคัญกว่า คือ ลดความเครียด ความวิตกกังวล อะไรที่คิดวนไปวนมาแล้วยังหาทางออกไม่ได้ นั่นเรียกว่าความเครียด บางคนยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเครียด จนเป็นโรคเสื่อมเรื้อรัง หรือเป็นไฮโปไกลซีเมีย หรือเป็นมะเร็ง ถึงได้รู้ว่าเครียดจริงๆร่างกายนี้
ลดการหักโหม การใช้กำัลังกายมากเกินไป แต่การไม่ค่อยได้ใช้กำลังกายเลยแบบคุณหนูหรืออาเจ๊เฝ้าร้าน
ก็ไม่ดีอีก เพราะจะเจอโรคหลอดเลือดหัวใจแทนซะงั้น
รองจากความเครียด ก็คืออาหาร จริงๆแล้วบางคนบอกว่าอาหารสิสำคัญกว่าเรื่องเครียด แต่จริงๆแล้วอารมณ์ต่างหาก ที่ทำให้สมองสั่งให้ฮอร์โมนและเอนไซม์ต่างๆในร่างกายแปรปรวนไปหมดจนเกิดโรค กินอาหารดียังไงก็ยังไม่รอด
จิตใจหรืออารมณ์ถึงเป็นนายของร่างกายอย่างปฏิเสธได้ยาก
ส่วนอาหารก็มีผลต่อร่างกายเช่นกัน เป็นปัจจัยหลักอันดับ2 ที่ห้ามพลาด
พระพุทธเจ้าผู้ตรัสแต่คำจริง ยังทรงบัญญัติว่า ผู้มีอายุยืนย่อมประมาณในโภชนะ ย่อมบริโภคสิ่งที่ย่้อยง่าย
พอมีความรู้ว่าโภชนะใดเป็นประโยชน์หรือโทษอย่างไร
และควรกินมากน้อยเพียงใด และย่อยได้ดีหรือเปล่า เมื่อพิจารณาได้แล้ว ก็ตัดสินใจเอาเข้าปากได้
ส่วนใหญ่พวกสมุนไพรที่มีฤทธิ์Antioxidantsแรงๆ ต่อกรกับมะเร็งและความเสื่อมทั้งหลาย
มักเป็นมีค่าPHเป็นด่างอ่อนๆทั้งนั้นเลย (เคยวัดในห้องแล็บ)
http://www.youtube.com/watch?v=MjOyypqHYLs
มะเร็งอยู่รอดได้ดีในสภาวะที่ร่างกายเป็นกรดอ่อนๆ
http://www.youtube.com/watch?v=unTshYSctAQ&NR=1
คลิปการเป็นอยู่ของเซลล์มะเร็ง และเหล่าทหารในร่างกายของเราที่คอยต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง
ทหารพวกนี้ มันชอบแพ้คีโม ไม่พอ มันยังออกมาน้อยถ้าเครียดหรือกินอาหารห่วยๆ
http://www.youtube.com/watch?v=LEpTTolebqo
คลิปแสดงให้เห็นการเกิดมะเร็งและการเคลื่อนย้ายแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งไปเซลล์อื่นๆ
http://www.youtube.com/watch?v=LP52CyYmY_U
อันนี้เหมือนจริงมาก
คนป่วยหนัก ป่วยมานาน ป่วยเรื้อรัง
ยาดี หมอดี รักษาที่ไหน ทำอย่างไร หากดั้นด้นได้ก็ไปหา ไปเอามา
บ้างก็แพงจนหมดตัว กรณีคนรู้จักอย่างน้อย 2 รายแล้วที่หมดไปหลายล้าน สุดท้ายก็ตายด้วยมะเร็ง
ความรู้ที่ เอ แนะมาเปรียบเหมือนฟางเส้นสุดท้าย
เป็นฟางที่ราคาถูกและหาได้ไม่ยาก แม้ไม่เชื่อ ก็ควรค่าแก่การลองอย่างยิ่ง
ทำไมคุณถึงจะไม่ลองล่ะ?