Subscribe RSS

Archive for June 9th, 2010

มีกิเลสก็ไม่เห็นเดือดร้อนอะไรเลย Jun 09


คุณ สุกล: มีกิเลสก็ไม่เห็นเดือดร้อนอะไร
ถ้าเป็นกิเลสที่เกี่ยวกับความยินดีพอใจก็รู้สึกว่า ไม่เห็นว่าเป็นโทษเลย กลับมีความพอใจแล้วก็สบายใจด้วยซ้ำไป

เราจะรู้สึกเดือดร้อนก็ต่อเมื่อเป็นลักษณะของโทสะอย่างเดียว  โมหะนี่ยิ่งสบายมากเลยครับเพราะว่าเห็นแล้วไม่รู้ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเดือดร้อนอะไร

แต่ถ้าเห็นแล้วเกิดความชังถึงจะเดือนร้อน ความชอบไม่เห็นเดือนร้อนเลย

อ.สุจินต์ :
คำว่าเดือดร้อนของคุณสุกลนี่ ไม่เดือดร้อนตอนที่กำลังเป็นโลภะ
เพราะเหตุว่ากำลังชอบกำลังเพลิน แต่จะต้องมีทุกข์ติดตามมาไม่จบสิ้น

เหมือนคนที่จะรักษาโรค  ก็ต้องรักษาให้ตรงสมุทฐาน  เพราะฉนั้นต้องหาเหตุว่าทุกข์เกิดจากอะไร

คนที่ไม่รู้เหตุของทุกข์ ก็พ้นทุกข์ไม่ได้  และทุกข์เกิดจากโลภะด้วย

*
ผู้ที่ละโลภะได้หมดสิ้นเลยคือพระอรหันต์ เพราะฉนั้นถ้ายังไม่เป็นก็ยังมี(โลภะ)
แต่ให้รู้ตามความเป็นจริงว่าโลภะไม่ใช่เรานี่คือขั้นต้น

ถ้าไม่มีโลภะนี่แสนสบายเลยนะคะ สบายจริงๆทุกอย่างทุกประการ
มีชีวิตอยู่เหมือนคนที่รอเวลางานเลิกคือจากโลกนี้ไปเท่านั้น  เพราะว่าไม่มีตัวตน
ไม่ติดไม่ยินดีในสภาพธรรมะด้วยความเห็นผิดว่าเป็นเรา

นี่ยังเป็นเพียงพระโสดาบันนะคะ แต่ที่จะดับโลภะได้หมดสิ้นต้องเป็นพระอรหันต์

เพราะฉนั้นไม่ใช่สิ่งที่ใครจะเห็นง่ายหมดง่าย
แต่ว่าเริ่มเข้าใจถูกทีละเล็กทีละน้อย ความเข้าใจถูกคือปัญญานี่ล่ะจะละความเข้าใจผิด จะละความเห็นผิดไปเรื่อยๆ

จากเห็นว่าโลภะไม่เป็นโทษ จนกระทั่งเห็นโทษของโลภะว่าเป็นสมุทัย  เป็นเหตุนำมาซึ่งทุกข์ทั้งปวง..

ที่มา : มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา
ปกิณกธรรมตอนที่ 31 สนทนาธรรมที่โรงพยาบาลปากเกร็ดเวชการ พ.ศ.2536