Subscribe RSS
เห็นบั้งไฟพญานาคที่หนองคาย ตอนที่4 Oct 31

หลังจากได้เห็นบั๊งไฟพญานาคซึ่งเป็นไฮไลท์ของทริปนี้แล้ว สมาชิกรถเบนซินก็ขอแยกตัวไปสุพรรณบุรี

ส่วนสมาชิกที่ยังอยู่ต่อก็ได้จองห้องพักใหม่ ได้ห้องริมโขงสำหรับคืนนี้ ลัลล้า
(จะเข้าไปเช็คอินหลังกลับจากเที่ยว)

เช้านี้เราไปกินกันก่อนที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูมะนาว แต่ก็มีข้าวหมูกรอบกับข้าวหมูแดงด้วยนะ

อร่อย

.

วันนี้เราจะไปกันที่วัดนาหลวง  ตั้งอยู่ที่ บ้านนาหลวง  ต.คำด้วง  อ.บ้านผือ  จ.อุดรธานี
วัดนี้มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดีเพราะมีข้าราชการ หน่วยงาน และคณะบุคคลต่างๆนิยมพากันมาถือศีลบวชขีพราหมณ์ที่นี่

สถานที่กว้างขวางโอฬาร มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม
มีการจัดการ การแบ่งพื้นที่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งยังแวดล้อมด้วยสีเขียวของมวลแมกไม้นานาพรรณ

เราไปShopping ที่ Lotusหนองคาย ซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่างๆเพื่อนำไปถวายวัด

ทางเข้าวัดนาหลวง

กระเช้าสำหรับใส่ข้าวของ สัมภาระ ลัดขึ้นไปล่วงหน้าก่อน ส่วนคนค่อยๆเดินขึ้นบันไดตามไปทีหลัง

เมื่อพร้อมให้ดึงกระเช้าขึ้น เราก็กดออดจากด้านล่าง

ลานวัด

ขณะที่เราไปถึงก็บ่ายโมงกว่าๆ ผู้คนได้กลับกันไปเยอะแล้วครับ

.

ทางขึ้นเข้าวัด

รายชื่อจารึกลงแผ่นหินอ่อนแล้วนำมาประกบติดที่ขั้นบันได

ศาลาน้ำ ดูแล้วคล้ายสระน้ำขนาดใหญ่ด้วยแสงเงา

แอ่งน้ำของวัดขนาดใหญ่

เรามาถึงโรงครัวจุดที่กดกระเช้าส่งของ

ทางเดินโรยด้วยกรวดขนาดเล็ก

ด้านขวามือเป็นที่ปักกลดแบ่ง หญิง ชายชัดเจน

อาคารอริยภูมิ

.

จะเห็นว่ามีอาคาร ศาลา สำหรับรองรับผู้คนอย่างดี  เป็นวัดที่มีคนศรัทธามาก มีลาภสักการะมากครับ
แต่ที่นี่จะไม่มีแจกวัตถุมงคล หรือ วัตถุพาณิชย์ใดๆ  เน้นการปฎิบัติอย่างเคร่งครัด

ผมเดินดูรอบๆ  บ้างก็หยุดชมวิวที่แง่งผา ให้สายตาได้พักผ่อนกับธรรมชาติสีเขียว  ห่างจากคอมพ์บ้าง

.

น่าจะเป็นลานเดินจงกรมหรือฟังธรรมเพราะมีชั้นอาสนะสำหรับสงฆ์ด้วย

รอยเท้าพระอรหันต์

.

เราได้เข้าสนทนาธรรมกับพระอาจารย์ สมภาร ที่กุฎิหลังนี้

กุฎิ

.

เดินออกจากวัด

กล้วยตานี

.

นั่งรถกลับ

ทุ่งนาเขียวขจี

กลับถึงที่พัก
โรงแรมที่จองไว้คือ ดีเฮงดี เจ้าของเดียวกับเกสเฮ้าท์ เฮง เฮง เฮงนั่นแหล่ะครับ
ดีเฮงดี  เป็นโรงแรมที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ เราได้ห้องโขงวิว
ราคาที่พัก 850 บาท

ตึกโรงแรม

ท้ายโรงแรมชั้นล่างเป็นห้องอาหาร

.

ภาพห้องพักของผม

โขงวิว

.

กินมื้อเย็นจ้า

มื้อนี้พี่เจี๊ยบมาเอง กำลังนำเราไปที่ร้านอาหาร

ครัวคุณเก้า


ครัวคุณเก้า สถานที่ติดริมแม่น้ำโขง  มีอาหารชื่อแปลกๆเช่น ปลาพุงแตก และอื่นๆ
เนื่องจากเราทานกันด้านนอกแสงไม่พอที่จะถ่ายภาพอาหารออกมาให้ดูพอใช้ได้  ผมจึงตัดภาพอาหารให้จินตนาการกันเอาเองละกันครับ

.

ความอร่อยก็อร่อยตามมาตรฐานห้องอาหารครับ  แต่บรรยากาศต้องที่นี่ที่เดียวเพราะติดริมแม่น้ำโขง  อ้อ ไม่มียุงมากวนใจด้วยครับ นั่งกินกันสบายๆ

หลังจากมื้อนี้(7.20 PM)เขาจะไปพักผ่อนตามอัธยาศัยที่Kumonบ้านพี่เจี๊ยบ
ผมจึงขอตัวแยกมาเดินเที่ยวรับบรรยากาศริมโขงแทน  ซึ่งพี่เจี๊ยบแน่ะนำว่าตอนนี้ที่ ถนนริมโขง
มีงานทั้งการแสดงและร้านอาหารเพียบ  สามารถเดินตรงยาวๆมาเรื่อยๆจนถึงโรงแรมดีเฮงดีได้ ระยะทางก็ประมาณ 5 กิโลเมตร

ถนนริมโขง

สนามเด็กเล่นอยู่ติดกับสุสานฮวงซุ้ยเลย

ประกวดร้องเพลง

.

ผมเดินในงาน 3 เที่ยว  ดูโน่นนี่นั่นไปเรื่อย  จะกินอะไรก็ไม่อยากเพราะซัดมาซะเต็มท้องแล้ว
แต่พอเดินไปเดินมาอาหารเริ่มย่อย

ก็เลยได้ลองข้าวจี่สัก2ชิ้น ไม่คิดว่าจะอร่อยสักเท่าไรดอก ก็แค่ข้าวเหนียวชุบไข่แล้วปิ้งย่าง
แต่เซอร์ไพรซ์!O_0!ข้าวจี่นี้ช่างห้อมหอม กรอบไข่และข้าวเหนียวส่วนนอก ส่วนในร้อนระอุอุ่นปากดี  ชิ้นละ5บาท  ลองหาทานกันดูครับ

ผมเดินถึงที่พัก 4 ทุ่ม  เขากลับกันมา 5 ทุ่ม
แหม ถ้ามีบริการนวดในโรงแรมก็ดีสิเนี่ย เดินมาเมื่อยๆแบบนี้ นวดแล้วสบายดีนักแล

สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างหนึ่งกลับไม่ได้มาจากการเที่ยวชมอะไรเลย
นั่นคือ ได้บังเอิญเปิดช่องมงคลแชนแนล กำลังฉายเรื่อง ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี  ผมเปิดช่องผ่านๆไปแต่มาสะดุดให้กับช่องนี้

เรื่อง ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี
เอ๊ะ นี่มันหนังย้อนยุคนี่ ดูProductionก็ทำออกมาดีนะ ทำไมเราไม่เคยได้ดูล่ะ
ถ้าหนังผ่านโรงเราไม่น่าพลาด  ผมมาเริ่มดูตอนที่ขรัวตาแสงหยุดยืนอยู่ริมแม่น้ำ บอกกับพระที่มาบิณฑบาตรด้วยกันว่า
กำลังรอใครบางคนอยู่   พอมีเสียงเด็กร้องท่านก็พูดว่าไปโปรดสัตว์กันเถอะ

หนังทำออกมาดีนะ ไม่ดราม่ามาก
เป็นเหมือนนำคำบอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆ มาทำไว้เป็นฉากๆ
ชอบที่สุดอยู่ 2 ตอนคือ
1.ตอนที่ขรัวตาแสงมอบกรรมฐานให้ขรัวโตพิจารณาศพทั้ง4ตลอดคืน  โดยต้องออกเสียงบทกรรมฐานให้ชัดๆด้วย

บทว่าดังนี้
ต๋ายแหน่  ต๋ายแหน่   วันหนึ่งฉันต้องตายกลายเป็นผีเหมือนพวกนี้   แหน่ แหน่
ต๋ายแหน่  ต๋ายแหน่   วันหนึ่งฉันต้องตายกลายเป็นผีเหมือนพวกนี้   แหน่ แหน่
ต๋ายแหน่  ต๋ายแหน่   วันหนึ่งฉันต้องตายกลายเป็นผีเหมือนพวกนี้   แหน่ แหน่

2.ตอนที่ขรัวโตทำพระสมเด็จแล้วนำออกแจกจ่ายแบบให้เปล่ากับชาวบ้าน
ท่านนำพระสมเด็จใส่เข่งจำนวนมากขึ้นเรือ แล้วท่านก็แจวเรือเองพร้อมป่าวร้องประมาณนี้ว่า

พระร้อน ร้อนจ้าาา
เพิ่งเสร็จหมาดๆ จ้า
ทำเองกับมือเลยนะจ๊ะ
ไม่รับไว้วันนี้ วันหน้าไม่มีนะจ๊ะ

!!คุณพระช่วย พระสมเด็จสมัยนี้องค์ละเป็นล้าน  เป็นพระเครื่องอันดับหนึ่งที่นิยมหากันได้ยากมากท่านเอามาแจกแบบให้เปล่า!!0.0

ไม่รู้ว่าสมเด็จโต ท่านมีบุคลิกจริงอย่างไร  แต่แค่ที่ผมดูในเรื่อง
ท่านเป็นพระที่น่ารักมากเข้าถึงหัวใจของผู้คน มีความเมตตาและการสั่งสอนที่เอาตัวเขาสอนอย่างแท้จริง

มีความรู้ครบสมบูรณ์
เรียนกรรมฐาน วิทยาคม นักธรรมบาลี และ ปริยัติ จนเจนจบ กอปรกับนิสัยที่อ่อนน้อม
เป็นพระนักเทศน์ที่ไพเราะ เป็นครูผู้สอนที่เมตตาแต่ก็เข้มงวด

หากใครสนใจดู ผมหามาให้แล้วครับ
เรื่องสมเด็จโต มี8Clipจบ จากเว็บMthai กดที่Linkได้เลยครับ –> เรื่องสมเด็จโต

วันหนึ่งฉันต้องตายกลายเป็นผี เหมือนพวกนี้ แหน่ แหน่

.

ข้อมูลที่พักต่างๆ
โรงแรมในหนองคาย
Thailand hotels and Thailand resorts reservation

You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.
Leave a Reply