
สาทรหนุ่มใหญ่วัย 39 ปี กำลังอยู่ในงานพิธีศพของพ่อตนเอง จึงได้มีโอกาสพบกับหลวงตาอาทิตย์ที่มาสวดพระอภิธรรม และได้สนทนากัน
สาทรเริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่า “ผมอยากรู้ว่าพ่อผมตายแล้วไปไหน บุญที่ทำไปและพิธีศพที่จัดให้ ท่านจะรับรู้ได้หรือเปล่าครับ”
หลวงตาผงกศีรษะและยิ้มรับเล็กน้อยเพราะมักถูกญาติๆผู้ตายถามคำถามทำนองนี้อยู่บ่อยๆ
“ตายแล้วก็ต้องเกิด ส่วนจะเกิดภพภูมิไหนก็สุดแต่บุญแต่กรรมที่เจ้าตัวได้ทำมา ซึ่งไม่ได้มีเพียงชาตินี้ ส่วนบุญที่โยมทำไป ย่อมยังประโยชน์สุขทั้งภพนี้และภพหน้าอย่าได้สงสัยไปเลย”
สาทรยังคงมีสีหน้าเศร้าสร้อยให้เห็น เรื่องที่ติดใจเขาอยู่ก็คือ ตอนที่พ่อป่วย เขาได้กู้หนี้ยืมสินเพื่อมารักษาพ่อ พาพ่อไปหาหมอที่มีชื่อเสียงในรพ.เอกชนดังๆ หมดค่ารักษาพยาบาลไปมากโข แต่ก็ยังไม่พอกับแผนการรักษาที่คุณหมอแนะนำให้ ซึ่งจะต้องหมดไปอีกหลายแสน เขาไม่มีเงินแล้ว จำเป็นต้องหยุดการรักษาแล้วมาเข้ารพ.รัฐแทน สุดท้ายก็ยื้อชีวิตพ่อไว้ไม่ได้ ตอนนี้พ่อจากไปแล้วแต่หนี้สินยังคงอยู่ มรดกก็มีบ้านหลังหนึ่งไว้ทำกิน ซึ่งเขาเปิดเป็นร้านขายน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋มาหลายปี
เขาติดใจว่า ถ้าพ่อของเขาได้รับการรักษาในรพ.เอกชนนั้นต่อไป พ่ออาจจะยังไม่ตายและอาจจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ
.
เช้าวันรุ่งขึ้น สาทร ซึ่งนานทีปีหนจะได้ทำบุญตักบาตรสักครั้งหนึ่ง
เช้าวันนี้เขาได้จัดชุดอาหารคาวหวาน น้ำดื่มและดอกไม้ธูปเทียนไว้ 4 ชุด
เขาอธิษฐานด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอย่างนี้ว่า
- เพราะเรายากจน จึงไม่มีเงินรักษาพ่อ ขอให้บุญนี้จงไปถึงพ่อ และขอให้ข้าพเจ้ารวย อย่าได้ยากจนเลย
- เพราะเรายากจน จึงต้องกู้หนี้ยืมสิน การเป็นหนี้สินทำให้ทุกข์ใจยิ่ง ขอให้บุญนี้จงไปถึงพ่อ และขอให้ข้าพเจ้ารวย อย่าได้ต้องเป็นหนี้สินใครเลย
- เพราะเรายากจน ได้แต่ขายน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ทุกวัน มีเงินแค่พอใช้ไปในแต่ละเดือน ไม่มีเงินเก็บ ขอให้บุญนี้จงไปถึงพ่อ และขอให้ข้าพเจ้ารวย ไม่ต้องมาทำงานเหน็ดเหนื่อยอย่างนี้ทุกวี่วัน
- เพราะเรายากจน อยากจะมีคู่ครองก็เป็นเรื่องลำบาก คบกับใครเขาก็รังเกียจตีจาก ขอให้บุญนี้จงไปถึงพ่อ และขอให้ข้าพเจ้ารวย จะได้เลือกคู่ครองที่ดี มีครอบครัวที่อบอุ่น
.
ตกเย็น สาทรไปวัดเพื่อเตรียมรับแขกที่จะมาในงานศพ เขาพบเห็นหลวงตาอาทิตย์กำลังกวาดลานวัดอยู่ จึงได้เข้าไปกราบทักทาย “เจริญพร โยม”หลวงตาตอบรับ “วันนี้สวดวันสุดท้าย พรุ่งนี้ก็ฌาปนกิจแล้วสินะ” หลวงตาพูดต่อ
“ครับ” สาทรตอบพลางถอนหายใจ “มีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึ”หลวงตาถาม
“ชีวิตคนเราก็แค่นี้นะครับ คุณพ่อทำงานลำบากมาเกือบตลอดชีวิต หวังจะรวยเป็นเศรษฐีกับเขาบ้าง แต่ก็ยังดีที่เหลือบ้านไว้ 1 หลัง”
หลวงตาเดินไปหยิบที่โกยผง เพื่อมาเก็บเศษใบไม้ที่กวาดกองรวมกันไว้ แล้วถามสาทรว่า
“ถ้าโยมรวยแล้วจะทำอะไรรึ?”
สาทร ยิ้มดีใจพอใจกับคำถามนี้ เพราะเป็นโอกาสที่เขาจะได้จินตนาการว่าเขารวยแล้ว และจะทำอะไร
“ผมก็จะเลิกทำงาน หาซื้อบ้านรั้วล้อมสักหลัง มีรถสัก2คัน แล้วก็ท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆเป็นกิจวัตรครับ”
หลวงตายกที่โกยผงที่เต็มไปด้วยเศษใบไม้เทลงในถังขยะ แล้วพูดกับสาทรว่า “ทั้งหมดที่โยมต้องการ โยมเคยได้มาหมดแล้วในอดีตชาติ โยมเชื่อไหม? ว่าโยมเคยได้เป็นถึงมหาเศรษฐี มีภรรยาแสนสวย มีลูกๆที่น่ารัก แล้วก็ยังได้บวชลูกด้วย ทั้งหมดนี้เคยเกิดขึ้นกับโยมแล้ว โยมจะว่าอย่างไร?”
สาทรทำหน้างุนงง หลวงตาจึงพูดต่อไปอีกว่า”เราอาจจะเคยเกิดเป็นอะไรๆมาแล้วหลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่เรายังไม่เคยได้เป็นเลยคือ อริยบุคคล เพราะเหตุนี้เราจึงต้องเกิดแล้วเกิดอีก เกิดแล้วเกิดอีก และมีความต้องการอยากอยู่เรื่อยไป แม้ได้สิ่งที่ต้องการมาแล้ว ก็ยังอยากได้อีกอยู่ตลอดไป ไม่จบไม่สิ้น”
สาทร เปล่งคำว่า สาธุ พร้อมยกมือขึ้นไหว้เหนือหัว “คำของหลวงตาทำให้ผมเริ่มรู้สึกว่าการเกิดอีกนี่น่ากลัวซะแล้วสิครับ ก็ถ้าขนาดเคยเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี เมื่อชาติก่อน มาชาตินี้ผมล่ะยากจนขัดสนโดยแท้ แล้วต่อไปจะเป็นยังไง จะลำบากกว่านี้ไหม แบบนี้คนที่ปัจจุบันเป็นขอทานเอย เป็นวณิพกเอย ก็อาจเคยเป็นเศรษฐีมาก่อนก็ได้ น่ากลัวจริงๆ เราไม่รู้ว่าเกิดมาจะเป็นอะไรอีก”
หลวงตาได้ฟังดังนั้นก็กล่าว อนุโมทนาตอบ “อนุโมทนาที่โยมเริ่มเห็นภัยของการเกิด ภัยของวัฏสงสาร แน่ะมีแขกมาโน่นแล้ว ไปต้อนรับแขกเถอะ” สาทรยกมือไหว้ลาหลวงตาไปที่ศาลางานพิธีเพื่อรับแขก
.
วันประชุมเพลิง สาทรแวะมาหาหลวงตาที่กุฏิ หลังจากได้ถวายน้ำปานะแล้วก็ถามหลวงตาว่า “ผมอยากรู้ว่า มีบุญอะไรไหมที่ทำแล้วจะได้ไม่ต้องตกทุกข์ได้ยากอีกเลยน่ะครับ”
หลวงตายิ้มอย่างเมตตาแล้วตอบว่า”หนทางน่ะมีอยู่ แต่โยมน่ะจะทำได้จริงรึเปล่า? คนเราน่ะอยากได้ผลแต่ไม่ทำเหตุให้ตรงกับผล มันก็ไม่เป็นเหตุเป็นผลกัน”
สาทรใคร่อยากรู้เป็นกำลังว่าบุญนั้นคืออะไร จึงรีบตอบกลับไปว่า “ผมว่าผมทำได้นะ ถ้าไม่ต้องตกทุกข์ได้ยากอีกเลย อะไรๆก็น่าจะทำได้”
หลวงตาบ่ายหน้าไปทางพระพุทธรูปที่ตั้งอยู่ ณ มุมข้างหนึ่งของกุฏิ ยกมือขึ้นไหว้องค์พระก่อน แล้วพูดตอบว่า “เป็นพระอรหันต์”
———-
ผู้แต่ง : สาริศ หรรษานุกรม
Recent Comments